นิทรรศการที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโขน, ดนตรี, พัสตราภรณ์, ถนิมพิมพาภรณ์, ศิราภรณ์ และหัวโขน ฯลฯ จากการแสดงโขนชุดพรหมมาศ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2552
โขน
มหานาฏกรรมแห่งลัทธิเทวราชา แสดงเรื่องรามเกียรติ์อันเป็นเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากมหากาพย์รามายณะตามคติในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
โขนมีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แสดงการสรรเสริญพระเกียรติของพระมหากษัตริย์อันเป็นเทวราชจุติมาสู่โลก เสมือนเป็นการอวตารของพระนารายณ์เพื่อดับความทุกเข็ญ
โขนพัฒนาการมาจากการแสดง ๓ อย่างผสมผสานกัน คือ
ชักนาคดึกดำบรรพ์ ในพระราชพิธีอินทราภิเษกเป็นการแสดงการกวนน้ำอมฤตในตำนานการอวตารของพระนารายณ์ปางกูรมาวตาร แสดงความเป็นอมตะของเทพเจ้า
หนังใหญ่ มหรสพโบราณที่นำแผ่นหนังแกะฉลุเป็นภาพตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ มาเชิดให้เกิกเป็นเงาบนจอผ้าขาวมีคนพากษ์และเจรจา พร้อมดนตรีประกอบ
กระบี่กระบอง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธประเภทต่างๆ ซึ่งได้นำมาใช้ในฉากการสู้รบ
ภายหลังต่อมาโขนได้นำเอาศิลปะการแสดงอื่นๆ เข้ามาผสมผสาน และได้พัฒนการโขนไปในรูปแบบต่างๆ ได้แก่
โขนกลางแปลง เล่นกลางสนามหรือกลางแจ้ง นิยมแสดงกระบวนการยกทัพหรือยกรบด้วยคนจำนวนมากใช้วงปี่พาทย์บรรเลงสองวง
โขนหน้าจอ เป็นการแสดงโขนสลับการแสดงหนังใหญ่ ภายหลังคงเหลือเฉพาะแต่การแสดงโขน แต่ยังมีฉากหลังเป็นจอหนังใหญ่
โขนนั่งราว เป็นการแสดงบนโรงมีราวไม้ไผ่พาดแทนเตียงให้หัวโขนนั่ง มีวงปี่พาทย์สองวง มีแต่การพากษ์เจรจา ไม่มีเพลงร้อง
โขนโรงใน เป็นการผสมผสานระหว่างโขนและละครใน โดยเพิ่มกระบวนเพลงร้อง การร่ายรำให้รปะณีตงดงามมากขึ้น
โขนฉาก เป็นการนำโขนมาแดสงกับฉากที่สร้างให้สมจริงตามท้องเรื่อง และมีการนำเอาเทคนิคอื่นๆ มาผสมผสานได้ เช่น แสง สี เสียง ตามความเหมาะสมของสถานที่และเวลาแสดง
โขนเป็นมหรสพที่แสดงในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ แต่เดิมนั้น โขนเป็นมหรสพในราชสำนัก และมีหน่วยงานที่บังคับบัญชาโดยตรงเรียกว่ากรมมหรสพ ในปัจจุบันกรมศิลปากร กระทรงวัฒนธรรม มีหน้าที่ในการจัดแสดงโขนหลวง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มีหน้าที่ในการสืบทอด ให้การศึกษา และฝึกหัดโขนหลวง
โขนเป็นศิลปะการแสดงที่ประกอบด้วยศิลปะหลายแขนง ได้แก่ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และวิจิตรศิลป์ ประกอบเป็นรูปแบบการแสดงโขนที่ประณีตงดงาม เป็นศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย
ถนิมพิมพาภรณ์
เป็นงานประณีตศิลป์เพื่อการสร้างเครื่องประดับตกแต่งการแต่งกายโขน เป็นงานช่างฝีมือโลหะ งานฝังอัญมณี งานกะไหล่ทอง จากการศึกษาค้นคว้าถนิมพิมพาภรณ์ที่เก็บรักษาไว้ในสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบว่าส่วนใหญ่เป็นของที่รับโอนมาจากกรมมหรสพในสมัยรัชกาลที่ ๖ ถนิมพิมพาภรณ์ประกอบด้วยของที่ละครหลวงใช้สืบทอดกันมาในราชสำนักหลายรัชกาล สร้างจากวัสดุโลหะหลายชนิด เช่น ตะกั่ว ทองแดง ทองเหลือง เงิน และทองคำที่มีความงดงามยิ่ง อีกทั้งมีขนาดที่ต่างกัน บางชิ้นเชื่อว่าน่าจะเป็นของละครหลววงยุครัชกาลที่๔ และรัชกาลที่๕ ตกทอดกันมา
ถนิมพิมพาภรณ์ หมายถึง เครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่เลียนแบบมาจากเครื่องทองโบราณ เช่น ทับทรวง สังวาล ปั้นเหน่ง วลัยกร และกำไลเท้า เป็นต้น
ส่วนงานด้านการออกแบบเครื่องถนิมพิมพาภรณ์นั้นมีการศึกษารูปแบบมาจากภาพถ่ายเครื่องถนิมพิมพาภรณ์โบราณที่อยู่ในกองสังคีต เพื่อเป็นตัวอย่างในการออกแบบลวดลาย โดยสัดส่วนของลายอาจมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ลายที่ใช้ยืนพื้นได้แก่ลายใบเทศ ซึ่งเป็นลายที่นิยมกันในสมัยรัชกาลที่ ๓ กล่าวได้ว่ารูปแบบของานออกแบบอ้างอิงมาจากสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นหลัก
การจัดสร้างถนิมพิมพาภรณ์สำหรับตัวละครเอกในโขนพรหมมาศนั้น ดำเนินการโดยกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง
ศิราภรณ์
หมายถึงเครื่องประดับศีรษะ เป็นงานศิลปะที่รวมงานประติมากรรมและจิตรกรรมเข้าด้วยกัน ความงดงามของศิราภรณ์ขึ้นอยู่กับการออกแบบ การปั้นหน้าโขนให้ถูกสัดส่วน การให้สี การเขียนลวดลายที่ถูกต้องตามสี และพงศ์ของตัวแสดง ในเรื่องรามเกียรติ์ที่กำหนดไว้
กรรมวิธีในการจัดทำหัวโขน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น